“My body, my choice” ในยุค New normal

0
406

บทความโดย สัจจาวุฒิ รอดสำราญ[1]

          จากภาพข่าวสตรีถือป้ายประท้วงเป็นภาพ Crossed out ทับหน้ากากอนามัย และปรากฏข้อความว่า “My body, my choice” หน้าสถานที่ราชการในมลรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ปลดล็อคมาตรการเข้มงวดต่าง ๆ จากกรณีการระบาดของไวรัส COVID-19 เช่น การจำกัดการทำกิจกรรม การปิดห้างสรรพสินค้า การบังคับให้สวมใส่หน้ากากอนามัยภายใต้แนวคิดที่ว่า “ชีวิตฉัน ฉันเลือกเอง” แปลว่า ฉันจะไปไหน ไปทำอะไร จะใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ หรือหากฉันจะติดเชื้อ จะป่วย จะตาย ฉันก็ขอเป็นผู้ลิขิตชีวิตฉันเอง

       เดิมทีสโลแกน “My body, my choice” เป็นข้อความของกลุ่มสตรีนิยม (Feminist) ที่ใช้กล่าวอ้างเพื่อคุ้มครองสิทธิในเนื้อตัวร่างกายตน ที่จะไม่อยู่ภายใต้การครอบงำใด ๆ เป็นอำนาจที่บุคคลมีเหนือตนเอง เพื่อใช้เลือกวิถีชีวิตของตนเอง โดยในระยะแรกสโลแกนนี้มุ่งเน้นไปที่อนามัยเจริญพันธุ์ การคุมกำเนิดและการทำแท้ง ต่อมาสโลแกนดังกล่าวเริ่มขยับมายังประเด็น เสรีภาพที่จะสมรส การเลือกที่จะมีบุตร เสรีภาพในความรัก เสรีภาพในการแต่งกาย เป็นต้น

        คำว่า “New normal” ได้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายจากกรณีการระบาดที่รุนแรงของไวรัส COVID-19 ซึ่ง Oxford dictionary ได้ให้คำนิยามว่า “A previously unfamiliar or atypical situation that has become standard, usual, or expected.” หมายถึง สถานการณ์ที่แต่เดิมเป็นสิ่งที่ไม่ปกติและได้กลายมาเป็นความปกติ เช่นเดียวกับ ราชบัณฑิตยสภา บัญญัติศัพท์คำว่า “New normal : “นิวนอร์มัล” หมายถึง “ความปรกติใหม่หรือฐานวิถีชีวิตใหม่”

จากที่เราเห็นกันแล้วว่าการระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ผู้คนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ก่อให้เกิดความเสียหายในหลายภาคส่วน แม้สถานการณ์ค่อยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่การต่อสู้กับ “ศัตรูที่มองไม่เห็น” จำเป็นต้องมีการสร้างมาตรฐานการดำเนินชีวิตใหม่ตามวิถี New normal เพื่อป้องกันการกลับมาระบาดซ้ำตามหลักการ “กันไว้ดีกว่าแก้”

ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าในยุค New normal สิทธิเสรีภาพบางประการของประชาชนอาจจะไม่ใช่สิ่งเด็ดขาดเช่นเดิมอีกต่อไป รัฐอาจออกกฎหมายหรือกำหนดมาตรการบางประการมาจำกัดสิทธิของบุคคลเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยของสังคมโดยรวม แนวคิด “My body, my choice” อาจนำมาปรับใช้กับบางกรณีที่ได้กล่าวมาในตอนต้น เช่น การคุมกำเนิด การทำแท้ง ได้เนื่องจาก“ไม่ได้เดือดร้อนใคร” แต่การกล่าวอ้าง “My body, my choice” ในยุค New normal เพื่อให้ตนมีสิทธิเสรีภาพ หรือใช้ชีวิตและร่างกายของตนได้อย่างอิสระตามที่ตนปรารถนา เช่น จะไม่สวมหน้ากากอนามัย จะจับกลุ่มกันทำกิจกรรม ก็ควรจะต้องถามตนเองเสียก่อนว่า การใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวจะไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่นหรือสังคมโดยรวม…จริงหรือ?


[1] น.บ., น.ม.(กฎหมายระหว่างประเทศ) อาจารย์ประจำสำนักวิชาศึกษาทั่วไป
สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

อ้างอิงข้อมูล
https://www.amarintv.com
https://www.vice.com
http://web.krisdika.go.th
https://rewire.news/article/2020/04/22/the-rights-desperate-attempts-to-hijack-my-body-my-choice/
https://www.cdti.ac.th/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here