ทุเรียนไทยได้รับความสนใจในสหรัฐ หลัง Blogger ชื่อดังผู้หลงใหลรสชาติทุเรียน เปิดBlogและจัดทัวร์ชิมทุเรียน

0
1113

Blogger ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ลินเซย์ กาสิค (Lindsay Gasik) ผู้หลงใหลและติดใจในรสชาติของทุเรียน เธอเปิด Blog ชื่อ Yearofthedurian.com (Year of the durian ) พร้อมเดินทางท่องเที่ยวทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตระเวนชิมทุเรียนในประเทศต่างๆ 8 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย ใน Blog ของเธอได้แนะนำให้ผู้บริโภคชาวสหรัฐรู้จักกับทุเรียนในแง่มุมต่างๆ พร้อมอธิบายรสชาติของทุเรียนที่ตระเวนไปชิมนับ 100 สายพันธุ์


ใน Blog ของ Lindsay มีข้อมูลประวัติของทุเรียนในหลายประเทศ เช่น ในประเทศไทย Lindsay เล่าถึงการซื้อขายทุเรียนที่มีภาพปรากฎในปี 1899 นอกจากการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทุเรียน เธอยังได้จัดทัวร์เพื่อนำนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวและชิมทุเรียน รวมทั้งมีการแนะนำเมนูอาหารจากทุเรียน เช่น การสอนทำสลัดใส่ดอกทุเรียน

นางขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ณ นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เปิดเผยเกี่ยวกับ Blogของ Lindsay ว่า ปัจจุบันมีคนเยี่ยมชม Blog นี้เดือนละกว่า 10,000 ครั้ง มีการจัดทริปบริโภคทุเรียนถึงแหล่ง ปีละ  3 ครั้ง เมื่อนักท่องเที่ยวมาชิมในแหล่งปลูก ทำให้เกิดประสบการณ์ชิมทุเรียนที่ดีขึ้น โดย Lindsay ได้เล่าถึงรสชาติทุเรียนของไทยไว้ว่า คนไทยนิยมทานทุเรียนสุกกำลังดี เนื้อทุเรียนมีลักษณะเนื้อแป้ง รสหวานและกลิ่นไม่แรงมาก ทุเรียนไทยจึงมีลักษณะเหมือนขนมเอแคลร์ เนื้อแข็งข้างนอก นุ่มข้างในและลื่นเหมือนเนย

ใน Blog มีรูปและเรื่องราวการพานักท่องเที่ยวมาทริปสวนทุเรียนทั้งที่จันทบุรีและระยอง ซึ่งก็พบว่า ธุรกิจ Agritourism  ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทาง ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการของไทย และจากการตรวจสอบของสำนักส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ยังพบว่า ที่รัฐฮาวาย ทุเรียนเป็นที่นิยมอย่างมาก มีป้ายประชาสัมพันธ์ขายทุเรียน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นทุเรียนแช่แข็ง นางขวัญนภา กล่าวถึงความได้เปรียบของทุเรียนไทยด้วยว่า การที่ทุเรียนไทยตัดก่อนสุกเต็มที่ สามารถเก็บได้นานและขนส่งได้นานกว่าบางประเทศ เช่น ทุเรียนมาเลเซียที่ต้องรอสุกเต็มที่จนหล่นจากต้น ซึ่งจะเก็บไว้ได้ไม่นานเมื่อเทียบกับทุเรียนไทย

 

อ้างอิงข้อมูลและภาพประกอบ :
https://www.yearofthedurian.com/
https://www.commercenewsagency.com/news/1890

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here