12 เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2019 ที่ผู้ประกอบการต้องรู้

0
1109

แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค 12 อย่างที่ส่งผลต่อเทรนด์อาหารปี 2019 เกิดจากการให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพและคำนึงถึงความยั่งยืนของวัตถุดิบ ซึ่งผู้คนจะใส่ใจนอกเหนือจากความอร่อยและรสชาติ โดยอาหารต้องมีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อสุขภาพและยังมองอีกหลายเรื่อง เช่น การกำจัดของเสียในการผลิต การส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน ปกป้องความหลากหลายของพืชและสัตว์ อาหารจากฟาร์มที่มีการดูแลความเป็นอยู่สัตว์ที่เลี้ยงเป็นอย่างดี หลีกเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อสังคม

โดยพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2019 จะกำหนดรูปแบบการบริโภคด้วยตัวเอง เป็นหลัก

1. Self-care (ดูแลตัวเองสำคัญที่สุด) โดยพบว่า ผู้บริโภคจะใส่ใจในการอ่านฉลากผลิตภัณฑ์มากขึ้น ดังนั้นผู้ผลิต ต้องลงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น  เพราะผู้บริโภคตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพจากวัตถุดิบและส่วนผสมที่ใส่มา การอ่านฉลากก่อนซื้อ จึงเป็นสิ่งแรกในการดูแลตัวเอง


2. Drink water at meals ผู้บริโภคจะสั่งน้ำเปล่ามาดื่มระหว่างทานอาหารมากขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเครื่องดื่มพวกที่มีเปอร์เซ็นต์ปริมาณแอลกอฮอล์สูงๆ


3. Eat with your eyes ปี 2019 ยังเป็นปีที่ผู้บริโภคนิยม ชมชอบอาหารที่ตกแต่งจัดจานให้สวยงาม นอกจากจะสวยทางตาแล้ว ผู้บริโภคยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ รสชาติ การมองเห็น การสัมผัส กลิ่นและเสียง ฉะนั้นอาหารต้องมีรูปลักษณ์ ชวนมอง มีความหอม มีรสสัมผัสที่ดี เพื่อให้นำไปแชร์ต่อในสื่อสังคมออนไลน์ ฉะนั้นร้านอาหาร ต้องให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและพิถีพิถันการตกแต่งอาหารให้มากขึ้น


4. Fusion menu มีการทำนายว่า ปี 2019 เทรนด์อาหารตะวันออกกลางจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น นั่นคือการใช้เครื่องเทศและสมุนไพร รวมทั้งวัตถุดิบแบบตะวันออกกลางและอาหารอินเดียก็จะมาแรงด้วย


5. Fourth meal ที่ผ่านมาจากความนิยมทานอาหารเบาๆ เช่น Poke (สลัดแบบฮาวาย) หรือ Vegetable Yogurt (ใส่ผักลงในโยเกิร์ต) ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ ผู้บริโภค เพิ่มมื้ออาหารว่าง ไว้ทานในระหว่างมื้อเช้าและมื้อเที่ยงนั่นเอง


6. Healthy food แม้ว่าครึ่งหนึ่งของชาวยุโรปและอเมริกัน จะกินอาหารตามสูตรไดเอ็ตประเภทต่างๆ แต่ความนิยมในการงดเว้นอาหารจะลดลง ในขณะที่ความต้องการกินอาหารเพื่อสุขภาพจะเพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคมีความสุขมากขึ้น เมื่อรู้สึกว่า อาหารที่ตนเองซื้อดีต่อสุขภาพ


7. Do not throw anything มีแนวโน้มว่าผู้บริโภค จะมีการใช้วัตถุดิบสำหรับอาหารอย่างคุ้มค่า ลดขยะในครัว โดยแนวคิดนี้ เป็นที่ยอมรับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคในปัจจุบัน


8. Table for one หลังจากที่ร้านอาหารในอัมสเตอร์ดัม เริ่มให้บริการแก่ลูกค้าที่มาคนเดียว ความนิยมนี้กำลังจะเพิ่มมากขึ้นและแพร่หลายไปในประเทศอื่นๆ เมื่อลูกค้าอยากทานคนเดียว มากกว่าการมากินเป็นหมู่คณะ ฉะนั้นการนั่งกินอาหารคนเดียว จะไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป


9. Clear labels ผู้บริโภคมีความอยากรู้ความจริง เบื้องหลังของอาหารที่กิน ว่า ผลิตภัณฑ์นี้มาจากไหน อย่างไร ความชัดเจนและความซื่อสัตย์ ที่ระบุในผลิตภัณฑ์จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด


10. Eat local หลายประเทศ มีแนวโน้มการบริโภคอาหารที่ผลิตในชุมชนท้องถิ่นของตัวเอง  หรือ 0 กิโลเมตรจากแหล่งผลิต  โดยมีตัวอย่างที่ดีของภัตตาคาร ที่ยึดแนวปฏิบัตินี้และประสบความสำเร็จเป็นที่หนึ่งในโลก คือ Noma โดยเชฟ Rene Redzepi แห่งเดนมาร์ค ได้พิสูจน์ว่า เป็นไปได้และมีร้านอาหารหลายๆแห่ง กำลังทำตามแนวคิดนี้แล้ว


11. Vegetable proteins การบริโภคอาหารประเภทโปรตีนจากพืชจะเพิ่มมากขึ้น วิเคราะห์ได้จาก สถิติการค้นหาด้วยคำ “Vegetable Protein”  จากเว็บ Pinterest พบว่า มีการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงถึง 417% ในปี 2017


12. More Vegetables อาหารจากผัก กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการฟื้นฟูสุขภาพ Baum+Whiteman ระบุในรายงานของเขาว่า 83% ของชาวอเมริกันเลือกกินผัก เพื่อเหตุผลทางสุขภาพ สอดรับกับคำค้น จาก google เกี่ยวกับมังสวิรัติ ก็พบว่า มีเพิ่มขึ้นถึง 90%

การปรับเปลี่ยนของพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เกิดร้านรูปแบบใหม่ๆ เช่น ตัวอย่างร้าน EEN MAAL ถือเป็นต้นแบบของการทานอาหารคนเดียวที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

 

ร้าน EEN MAAL จะรับเฉพาะลูกค้าที่มาคนเดียวและมีที่นั่งสำหรับทานคนเดียว หลังจากเปิดตัว ร้านได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆทั่วโลกและลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในขณะกิน เพื่อดื่มด่ำกับมื้ออาหารได้อย่างเต็มที่ แบบไม่ต้องเสียเวลาสนทนากับใครระหว่างทานอาหาร  กระแสของร้านอาหารรูปแบบดังกล่าว ได้ขยายไปในหลายประเทศรวมทั้งที่ไต้หวัน ซึ่ง KLOOK.com ได้แนะนำ ร้านอาหารแบบทานคนเดียว ชื่อร้าน Table for one ที่ไทเป เป็นร้านที่สามารถรองรับลูกค้าได้ 24 คน โดยแต่ละคนจะมีโต๊ะและที่นั่งสำหรับคนเดียวเท่านั้น

แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นหลายด้าน ในการเลือกซื้อหรือรับประทานอาหาร ได้ส่งผลให้ผู้ผลิตและบริการหลายประเทศ ต้องวิเคราะห์และปรับตัวตามจากเทรนด์พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

อ้างอิงข้อมูล :
http://www.sustainweb.org
http://www.visityogurtlab.com/12-trends-foods-will-triumph-2019.html
https://www.klook.com/th/activity/8712-table-for-one-taipei/
http://eenmaal.com/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here